เพลงนา
 
เพลงนา
 

ความหมาย
    เป็นการละเล่นกลอนโต้ตอบระหว่างหนุ่มสาวในท้องนา งานวัดหรืองานมงคลต่าง ๆ เพื่อใช้สื่อความรักเกี้ยวพาราสีขณะหนุ่มไปเยือนสาวที่บ้าน การเล่นจะมีแม่เพลงซึ่งมีไหวพริบ รอบรู้ และท้ายไฟ ( คนคอยเสริม ) ด้วย

ลักษณะเนื้อหา
    เริ่มด้วยบทที่เรียกว่า " เกริ่นหน้าบทเพลงนา " ซึ่งเป็นบทไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย นอกจากนี้ยังมีบทชมโฉม บทซงโซ้โผกรัก เป็นต้น สมัยก่อนนิยมเล่นเพลงนากันมาก โดยเฉพาะในจังหวัดนครศรีธรรมราชมีแทบทุกท้องถิ่น เช่น มีเรื่องจริงเล่าว่า วันหนึ่งนายแผนและนายพันเดินสวนทางกัน ( ทั้งสองคนเป็นนักเล่นเพลงนาที่มีชื่อเสียงมาก ) นายแผนถามนายพันว่า

" เพื่อนรักเพื่อนรัก เราขอถามทักว่าเพื่อนไปไหนมา "
ด้วยความรีบร้อนนายพัน นายแผนร้องไม่ทันจบนายพันก็ตอบว่า
" เพื่อนรักเพื่อนรัก ช่วยเจ็บท้องหนักจะไปหาพี่สา
ให้มาประคองครรภ์ ของแม่กัลยา "

วิธีร้อง
    การร้องเพลงนานอกจากมีแม่เพลง ผู้ช่วยที่ทำให้เพลงนาน่าฟังยิ่งขึ้นคือ คนคอยเสริมหรือท้ายไฟดังที่กล่าวมาแล้ว ท้ายไฟ คล้าย ๆ กับลูกคู่ ทำหน้าที่ร้องพร้อม ๆ กับแม่เพลง

บทเกริ่นหน้าบทเพลงนา
   เป็นบทกราบไหว้บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์มักเป็นบทแรกที่ใช้ร้องก่อนที่จะเล่นเพลงนา เนื้อหาเป็นการกล่าวบูชาสิงศักดิ์สิทธิ์เช่น ไหว้พระภูมิเจ้าที่นา เมื่อกล่าวบทเกริ่นเสร็จแล้วก็ว่าบทโฉม บทซงโซ้ผูกรัก บทขอผูกรัก

" หัตถังทั้งสองประคองไหว้ พระภูมิเจ้าไร่พระภูมิเจ้านา
บรรดาศักดิ์สิทธิ์ไปทั้งแปดทิศา ขอไหว้ไม่หลงไปทุกองค์เทวดา
ออ....บรรดาศักดิ์สิทธิ์ในที่นี้ ได้เบิกสร้างที่มาแต่ไหรนา
วันนี้ตำเหนิน ขอเชิญพ่อมา
ยอไหว้พระภูมิเจ้านา ข้างตีนไหว้ไปจบที่ชุมพร
ข้างหัวนอนไหว้จบที่สงขลา วันนี้ลูกชายขอไหว้วันทา
ออ....ท่านอย่าได้ขัดข้อง ในทำนิทำนองนะท่านหนา
อย่าให้เจ็บหัวหรือปวดท้อง ลูกขอร้องเพลงนา "


เป็นต้น

บทชมโฉม

" จะดูไหนวิไลนั่น พี่ดูสารพัดไม่ขัดไม่ขวาง
น้องแขวนสร้อยลือเพชร งามเหมือนสมเด็จนาง
" ออ....เมื่อเดินจะย่างงามไปสิ้น เหมือนหงส์ทองล่องบินไม่ขัดไม่ขวาง
ช่างงามบริสุทธิ์ เหมือนพระพุทธคยาง
สองกรอ้อนแอ้นดังวงคชวัน ดูพระพักตร์จอมเจ้าขวัญเหมือนพระจันทร์กระจ่าง "

บทซงโซ้ผูกรัก

" สงขลาพี่จะสร้างสวนฝ้าย พัทลุงนั้นไซร้พี่ไว้สร้างสวนพลู
สุราษฎร์ธานี พี่จะปลูกเรือนอยู่
ให้แม่ทอฝ้าย เจ้านั่งขายพลู
ออ....เมื่อยามว่างขายของ พี่คอยประคับประคองเล้าโลมโฉมตรู
ความพี่รักบุญลือ เหมือนจะใส่ฝ่ามือชู
ถ้าเปรียบเหมือนรามสูรประยูรศักดิ์ รูปหงส์นงลักษณ์เหมือนองค์เอกเมขลา
รมสูรอ้อนวอน เจ้าก็งอนหนักหนา
เหมือนพี่วอนเจ้า ไปทุกเช้าเวลา
ออ....รักแต่ข้างเดียว คิดไปใจเปลี่ยวเป็นหนักหนา
ใจฉวยขวานขว้าง ให้ถูกนางสักคร...."

บทขอผูกรัก

" เคี้ยวข้าวเหมือนเคี้ยวแป้ง พี่เคี้ยวปลาแห้งเหมือนเคี้ยวไม้พุก
นับว่าชีวิตไม่มีความสุข ไม่ได้เห็นบังอรพี่ชายนอนเป็นทุกข์
ออ....นับว่าในโลกนี้ หาใครไม่มีจะมาให้ความสุข
ไม่ได่บังอร พี่ยิ่งร้อนยิ่งทุกข์
มารับรักกับพี่ ทุกเดือนทุกปีไม่ให้ทำไหร
ให้เจ้าผัดแต่หน้า ให้เจ้าทาแต่แป้ง
ให้น้องนั่งแต่ง แต่งตามชอบใจ
ตัดผมรองทรงอ่อนอ่อน ให้เจ้านั่งถอนไร...."
" มารับรักกับพี่ไปข้างเหนือจะให้เขช้าง ไปข้างล่างพี่จะให้เขเรือพอ
พี่ไม่ให้เจ้าพาย พี่ไม่ให้เจ้าถ่อ
ให้แม่งามงอน เจ้านั่งอ่อนคอ
มารับรักกับพี่ ให้ใจดีเจ้านอนเตียงเรียงหมอน
ให้คนอยู่งานพัด ยามกำดัดหลับนอน

   
จากหนังสือ "สารานุกรมวัฒนธรรมภาคใต้" สถาบันทักษิณคดีศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ.๒๕๒๙